ทริคตรวจสอบและบำรุงรถแม็คโครสำหรับมือใหม่

รู้หรือไม่? การใช้รถแม็คโครในงานก่อสร้างถือเป็นงานท้าทายสำหรับมือใหม่ เพราะการดูแลและบำรุงรถแม็คโครไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สำคัญคือ ถ้าคุณรู้จักวิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้มาก นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย
รถแม็คโครนั้นเป็นเครื่องจักรหนักที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น งานก่อสร้างหรือการขุดเจาะ ที่มักนำไปสู่ปัญหาได้ง่ายถ้าไม่ตรวจสอบให้ดี โดยเฉพาะในส่วนของระบบไฮดรอลิก น้ำมัน และของเหลวต่าง ๆ รวมไปถึงระบบไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานของรถแม็คโครโดยตรง
รู้จักการตรวจสอบรถแม็คโครเบื้องต้น
รถแม็คโครไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับขุดดินหรือย้ายหินตามไซต์งาน แต่มันคือหัวใจหลักของงานก่อสร้างที่ต้องใช้เป็นประจำ การดูแลรถแม็คโครอย่างถูกต้องจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้รถแม็คโคร แนะนำให้เริ่มจากการตรวจเช็กของเหลวเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก และน้ำในหม้อน้ำ ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนเลือดหล่อเลี้ยงระบบ ดังนั้นแค่ระดับตกลงแค่นิดเดียวก็อาจส่งผลให้ระบบทำงานผิดปกติ เครื่องยนต์ร้อน หรือชิ้นส่วนสึกหรอเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว
ที่สำคัญคือระบบไฮดรอลิก จุดนี้มักมีปัญหาโดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าเกิดรั่วซึม แม้เพียงเล็กน้อย ความสามารถในการยก แขนกล หรือหมุนก็จะลดลง ทันทีที่รู้สึกว่ารถไม่ตอบสนองแบบที่เคย ควรรีบตรวจหาการรั่วไหลของระบบทันทีดีกว่าปล่อยให้พังแล้วค่อยแก้
อีกจุดหนึ่งที่มือใหม่มักละเลยก็คือระบบกรอง ทั้งกรองอากาศและกรองน้ำมัน ถ้ากรองอากาศตัน เครื่องยนต์จะหายใจลำบากและกินน้ำมันมากขึ้น ส่วนกรองน้ำมันที่มีเศษสะสมมาก็จะทำให้แรงดันน้ำมันไม่คงที่ ส่งผลให้เครื่องมีปัญหาในระยะยาว
ทำไมต้องตรวจเช็ครถแม็คโคร
บางทีคนเราอาจไม่ได้มองเห็นความสำคัญของการตรวจสอบก่อนใช้จนกว่าจะเจอปัญหา เช่น รถสตาร์ทไม่ติด เครื่องทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือที่แย่คือเกิดอุบัติเหตุกลางงานจริง บางครั้งตัวปัญหาไม่ได้ซับซ้อน แค่น้ำในหม้อน้ำแห้งก็ทำให้เครื่องร้อนจัดเกินไปจนถึงขั้นต้องดับเครื่องชั่วคราว เพื่อรอให้เย็น ทั้งหมดเพราะไม่เช็กก่อนใช้งานในตอนเช้า เสียเวลาเท่ากับเสียโอกาส ซึ่งถ้าเรามองให้ลึกลงไป การดูแลแบบสม่ำเสมอคือการลงทุนกับความสบายใจในทุกวันทำงาน
ขั้นตอนในการดูแลรถแม็คโคร
1. ตรวจสอบระบบน้ำมัน
หลายคนอาจคิดว่าการตรวจแค่น้ำมันเครื่องก็น่าจะพอ แต่จริง ๆ แล้วต้องดูทั้งระดับ ความใส และกลิ่นของน้ำมันด้วย น้ำมันที่มีกลิ่นไหม้ หรือสีคล้ำผิดปกติ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาด้านความร้อน โดยทั่วไปแล้ว ควรเช็กก่อนสตาร์ทรถทุกวันจะดีที่สุด
น้ำมันไฮดรอลิกก็เช่นกัน ไม่ควรปล่อยให้ต่ำกว่าระดับที่กำหนด และหมั่นดูรอยรั่วในสายหรือข้อต่อ เพราะมันอาจจะซึมโดยที่เราไม่สังเกต ถ้ารถเริ่มมีเสียงดังเวลาเคลื่อนแขนกล หรือการเคลื่อนไหวกระตุกผิดจังหวะ เมื่อไหร่ ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบทันที
2. ตรวจสอบระบบกรองอากาศและน้ำมัน
กรองอากาศที่อุดตัน คือศัตรูเงียบของเครื่องยนต์ ลองนึกภาพว่าเราหายใจเอาฝุ่นเข้าไปวันละเป็นกระสอบ เครื่องยนต์เองก็เหนื่อยไม่ต่างกัน ดังนั้นควรถอดออกมาทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่ตามรอบใช้งานที่ระบุไว้ โดยเฉพาะถ้าไซต์งานของคุณเต็มไปด้วยฝุ่นทรายหรือขี้ดินเยอะ ๆ
เพราะหากมีเศษโลหะจากการสึกหรอ ผสมอยู่ในระบบ แล้วกลับมาหล่อลื่นเครื่องยนต์อีก จะยิ่งเร่งให้เกิดความเสียหายในจุดที่เราไม่สามารถมองเห็นได้จนสายเกินแก้
3. ตรวจสอบยางและโครงสร้างตัวรถ
ทุกครั้งก่อนเริ่มงานอย่าลืมเดินดูรอบรถ สิ่งที่ตาเปล่าเห็นได้ เช่น ยางแบน รอยแตกบนเฟรม หรือรูรั่วที่เล็กจนน่ามองข้าม บางทีกลับกลายเป็นสาเหตุหลักให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ ยางที่บวมเพราะลมมากเกินไป หรือยางที่สึกจนเกลี้ยง อาจให้แรงยึดเกาะน้อยลง โดยเฉพาะเวลาใช้งานบนพื้นลาด หรือลื่นชื้น
ตรวจสอบน็อตและจุดเชื่อมก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้ามีจุดใดหลวม เสี่ยงที่ชิ้นส่วนอาจหลุดกลางทาง ขอแค่ละเลยเพียงจุดเดียว อาจต้องซ่อมกันทั้งคันได้
เคล็ดลับส่งท้าย
ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับรถแม็คโครมาแล้วหลายปี มักพูดเหมือนกันว่าอย่าใช้แค่ให้มันทำงานได้ แต่ต้องให้มันทำงานดีในระยะยาวด้วย ซึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยได้เสมอ นั่นคือการจดบันทึกการบำรุงรักษาในสมุดหรือแอปพลิเคชันง่าย ๆ เพื่อให้รู้ว่าครั้งล่าสุดเปลี่ยนน้ำมันเมื่อไหร่ หรือเปลี่ยนกรองไปเมื่อเดือนใดแล้ว อีกข้อคือการเรียนรู้จากช่างมือเก่า เข้าไปถามเขาเรื่องเสียงหรือพฤติกรรมของเครื่องที่ดูผิดปกติ เพราะบางครั้งประสบการณ์นี่แหละคือครูที่ดีที่สุดในการทำงานของเรา


