5 เทคนิคสำคัญก่อนที่จะเลือกซื้อรถแม็คโครขุดดิน

รถแม็คโครขุดดินไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพงาน ปริมาณการทำงาน และต้นทุนโดยรวมของโครงการด้วย หากคุณกำลังมองหารถแม็คโครขุดดินที่ตรงตามความต้องการของคุณ บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบ 5 เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจของคุณง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น
รถแม็คโครขุดดิน ความสำคัญในงานก่อสร้าง
ถ้าเปรียบงานก่อสร้างเหมือนร่างกาย รถแม็คโครขุดดินก็คงเป็นเหมือนแขนที่มีแรงมหาศาล มันช่วยให้เรายก ย้าย ขุด ดัน หรือแม้แต่ค่อย ๆ สลายสิ่งกีดขวางจนหมดสภาพได้ในเวลาไม่นาน
การเลือกใช้งานรถแม็คโครนั้น ไม่ใช่ว่าจะหยิบรุ่นไหนมาก็ได้แล้วคิดว่ามันจะเข้าได้ทุกงาน เพราะรถแม็คโครมีหลากหลายแบบ ตั้งแต่ชนิดล้อยางที่คล่องตัวในพื้นที่ในเมือง ไปจนถึงตีนตะขาบที่กินทางเถื่อนและลุยเลนได้สบาย ๆ หากตัดสินใจเลือกผิดแค่จุดเดียว หน้างานอาจสะดุดทั้งไลน์งาน ซึ่งบางครั้งมันไม่ใช่แค่เสียเงินมากขึ้น แต่มันทำให้เวลาทั้งทีมต้องสะดุดไปด้วย
1.วิเคราะห์ลักษณะงานและสภาพพื้นที่ให้ชัดเจน
ก่อนจะเริ่มตัดสินใจซื้อ ควรมองให้รอบด้านว่าจริง ๆ แล้วความต้องการหลักของงานคืออะไร ?
ถ้าต้องขุดลึก ขุดเร็ว หรือขุดในพื้นที่จำกัด การเลือกรถแม็คโครขุดดินที่ตอบโจทย์ตรงนั้นจะช่วยทั้งประหยัดเวลาและแรงได้มาก อย่างพื้นที่ลาดเอียงหรือดินนิ่มเกินไป รถล้อยางอาจเอาไม่อยู่ ต้องใช้ตีนตะขาบถึงจะไหว หรือการทำงานในพื้นที่ที่มีทั้งโคลนและเศษหินปนกันอยู่ หากเลือกรถรุ่นที่มีแรงขุดมากและตั้งศูนย์ถ่วงได้ดี งานตอนนั้นก็จะจบได้เร็ว ไม่มีปัญหาตามหลังเรื่องรถติดหล่มหรือมีส่วนใดพังระหว่างทาง
2.พิจารณากำลังและขนาดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม
เครื่องยนต์ถือเป็นหัวใจของรถแม็คโครเลยทีเดียว มันไม่ใช่เรื่องใครแรงกว่าใคร แต่เป็นเรื่องของความพอดีเป็นหลัก
งานขุดดินในสวนในพื้นที่แคบ ๆ กับการขุดฐานรากในเขตก่อสร้างใหญ่ ย่อมใช้กำลังไม่เท่ากัน รถแม็คโครขุดดินขนาดกลางอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าสำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัวและความเร็วในการเคลื่อนที่ แต่ถ้าหากคุณต้องขุดในพื้นที่ที่แน่นและแข็ง หรือมีตารางเวลาหนาแน่นมาก เครื่องยนต์ที่แรงและมั่นคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงานนั้น
อีกหนึ่งสิ่งที่คนส่วนมากมองข้ามไปคือ ขนาดถังน้ำมัน ถ้าเติมเต็มถังแล้วทำงานได้หลายชั่วโมงโดยไม่ต้องเติมเพิ่มบ่อย ๆ นั่นก็ช่วยลดเวลาที่รถต้องหยุดวิ่ง และลดแรงของคนไปในตัวด้วย
3. ตรวจสอบระบบไฮดรอลิกและประสิทธิภาพการทำงาน
ถ้าระบบไฮดรอลิกรถมีปัญหา นั่นคือสัญญาณว่ารุ่นนั้นอาจไม่เหมาะกับการใช้งานหนัก
ระบบนี้ไม่แค่มาทำหน้าที่ช่วยในการขุดลึกหรือตักดินเท่านั้น แต่มันมีผลต่อการควบคุมความลื่นไหล ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอของการออกแรงทั้งหมด การเลือกรถแม็คโครขุดดินที่มีปั๊มไฮดรอลิกดี ตอบสนองไว ก็เหมือนกับคู่หูที่รู้ใจ ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เหนื่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถ้าเป็นรุ่นใหม่ ๆ บางคันมีระบบเซนเซอร์ไฮดรอลิกอัตโนมัติที่จะปรับแรงบีบอัดตามลักษณะการใช้งานแบบเรียลไทม์เลย ซึ่งถึงแม้จะแพงขึ้นหน่อย แต่ใช้ไปสักพักจะเห็นว่า ประหยัดน้ำมันและเซฟตัวรถได้มากขึ้นจริง ๆ
4. พิจารณาความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ขับขี่
แม้ว่าบทความนี้เราจะพูดถึงรถเป็นหลัก แต่มันมีอีกเรื่องที่อยู่กับรถทุกวัน นั่นก็คือ คน
ผู้ขับขี่ที่ต้องทำงานวันละหลายชั่วโมง ถ้าหากห้องโดยสารอึดอัด หรือมองเห็นไม่ชัด ก็คงเหนื่อยและเสียสมาธิไปนานแล้ว รถแม็คโครขุดดินที่ดีควรคิดถึงมุมมองคนขับเป็นอันดับต้น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งในการมอง การปรับเบาะ การกันกระแทกของเบาะ หรือแม้แต่การควบคุมที่ลื่นมือ
ลองนึกภาพ หาดวันหนึ่งที่ต้องทำงานในฤดูร้อน ห้องโดยสารที่ไม่มีระบบระบายอากาศทำให้คนขับรู้สึกรำคาญจนต้องจอดพักทุกครึ่งชั่วโมง ผลคือเสียเวลางานหลายชั่วโมงโดยไม่จำเป็น
5. เลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้และมีบริการหลังการขาย
การตัดสินใจซื้อเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ บริการหลังการขายไม่ได้มาเป็นของแถม แต่มันคือส่วนหนึ่งของสินค้าด้วย เพราะไม่ว่าเครื่องกลจะดี ทนทานแค่ไหน ก็ต้องมีวันที่เสื่อมสภาพหรือติดปัญหาโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้าคุณมีผู้จำหน่ายที่บริการไว ติดต่อได้ง่าย และไม่ทิ้งลูกค้า งานจะเดินได้เร็วขึ้นแบบไม่ต้องรอให้เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์
เราแนะนำให้เลือกที่ที่มีศูนย์บริการใกล้พื้นที่งาน มีสายด่วนหรือช่างเฉพาะทางก็ยิ่งดี บางที่อาจมีบริการเทรนนิ่งคนขับฟรีให้ ซึ่งนั่นคือของแถมที่มีค่ามากในระยะยาว
สรุป
การเลือกรถแม็คโครขุดดินที่เหมาะกับลักษณะงานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ดิน น้ำหนักงาน หรือความสะดวกของทีมงาน คือแกนหลักของการเริ่มต้นงานใหญ่ให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น เพราะรถที่ดี ไม่ใช่แค่แข็งแรง แต่ต้องเหมาะสมกับมือคนขับและสภาพการใช้งานด้วยเสมอ


